ชาวต่างชาติสามารถซื้อและถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522

กฎหมายดังกล่าวเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของห้องชุดในประเทศไทยได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลสัญชาติไทยถือกรรมสิทธิ์แทน หากมีคุณสมบัติและดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างครบถ้วน

1. กฎหมายที่ให้สิทธิชาวต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย

ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 กำหนดให้คนต่างด้าวและนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ หากมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด

บุคคลและนิติบุคคลที่มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ประเภทที่ 2 ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน

ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ประเภทที่ 3 นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายที่ดิน

นิติบุคคลที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ตามกฎหมาย

ประเภทที่ 4 นิติบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

นิติบุคคลที่มีสถานะเป็นคนต่างด้าวตามบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ประเภทที่ 5 ชาวต่างชาติหรือนิติบุคคลต่างด้าวที่นำเงินจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย

ชาวต่างชาติหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับเงินทุนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ได้แก่

  1. นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร
  2. ถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
  3. ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

บุคคลที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวสามารถซื้อและถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยได้ โดยต้องมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเงินทุนตามที่กฎหมายกำหนด

2. การโอนเงินจากต่างประเทศเพื่อซื้อคอนโดมิเนียม

สิ่งสำคัญที่ชาวต่างชาติต้องเตรียมในการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย คือหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินที่นำมาใช้ชำระค่าห้องชุด

สำหรับชาวต่างชาติที่ใช้สิทธิตามมาตรา 19 (5) และเลือกวิธีนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ต้องดำเนินการโอนเงินและจัดเตรียมหลักฐานจากธนาคารให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์

เอกสารดังกล่าวมีความสำคัญต่อการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ณ สำนักงานที่ดิน

3. เอกสาร FET คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

FET หรือ Foreign Exchange Transaction Form เป็นเอกสารแสดงรายการธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ซึ่งออกโดยธนาคารตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารนี้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินสำหรับการซื้อคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติ

ในกรณีที่ธุรกรรมไม่เข้าเกณฑ์การออกเอกสาร FET ผู้ซื้ออาจใช้หนังสือรับรองการรับเงินหรือหลักฐานการโอนเงินจากธนาคารตามที่สำนักงานที่ดินยอมรับ

ดังนั้น ก่อนดำเนินการโอนเงินเพื่อซื้อคอนโดมิเนียม ควรตรวจสอบกับธนาคารและสำนักงานที่ดินเกี่ยวกับประเภทเอกสารที่จำเป็นต้องใช้

4. การแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์

ในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ชาวต่างชาติต้องแสดงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงานที่ดิน

โดยเฉพาะหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินสำหรับผู้ซื้อที่ใช้สิทธิตามมาตรา 19 (5) ซึ่งอาจเป็นเอกสาร FET หรือหนังสือรับรองจากธนาคารตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

เจ้าพนักงานที่ดินจะตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของผู้ซื้อก่อนดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์

การจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดปัญหาและความล่าช้าในการดำเนินการ

5. ข้อจำกัดเกี่ยวกับสัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ

แม้ว่าชาวต่างชาติจะสามารถซื้อและถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้ แต่กฎหมายยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับสัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติในอาคารชุด

โดยทั่วไป ห้องชุดที่ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 49 ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นตามกฎหมาย

ก่อนซื้อคอนโดมิเนียมจึงควรตรวจสอบกับนิติบุคคลอาคารชุดและสำนักงานที่ดินว่าอาคารดังกล่าวยังมีสัดส่วนกรรมสิทธิ์สำหรับชาวต่างชาติเหลืออยู่หรือไม่

6. สิ่งที่ชาวต่างชาติควรตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดมิเนียม

ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ควรตรวจสอบรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้

  1. สถานะกรรมสิทธิ์ของห้องชุดและชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์
  2. สัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติในอาคารชุด
  3. ภาระผูกพันหรือการจดจำนองห้องชุด
  4. เอกสารและหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ
  5. รายละเอียดสัญญาจะซื้อจะขายและเงื่อนไขการชำระเงิน
  6. ค่าใช้จ่าย ภาษี และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์

การตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ก่อนทำสัญญาจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมายและข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

7. บริการให้คำปรึกษากฎหมายเกี่ยวกับการซื้อคอนโดมิเนียมสำหรับชาวต่างชาติ

สำนักงานกฎหมายอนันต์ รีเกิล เซอร์วิส (Anan Legal Services) ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการซื้อและถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ

เราพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด การเตรียมเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงิน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์

การได้รับคำปรึกษาจากทนายความก่อนดำเนินการซื้ออสังหาริมทรัพย์จะช่วยให้ผู้ซื้อเข้าใจสิทธิ หน้าที่ และข้อจำกัดตามกฎหมายไทยได้อย่างชัดเจน

8. ติดต่อปรึกษาทนายความเกี่ยวกับการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย

สำนักงานกฎหมายอนันต์ รีเกิล เซอร์วิส (Anan Legal Services)

ให้บริการปรึกษากฎหมายสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เรามุ่งเน้นการให้คำปรึกษาอย่างโปร่งใส การตรวจสอบเอกสารและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินการซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมั่นใจ

โทรศัพท์: 081-750-3053

หมายเหตุ: สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ซื้อ สัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติในอาคารชุด และเอกสารหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจสอบรายละเอียดกับสำนักงานที่ดินและปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการซื้อขาย

Scroll to Top